การส่งสินค้าในแต่ละครั้ง แน่นอนว่าค่าส่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของร้านค้าออนไลน์เลยก็ว่าได้ เนื่องจากค่าส่งจะเป็นค่าธรรมเนียมที่เราต้องเสียให้แก่ขนส่ง และค่าส่งในส่วนนี้ทางร้านค้าออนไลน์ จำเป็นต้องตั้งเงื่อนไขเอาไว้ ว่าทางร้านค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าส่งเอง หรือให้ทางลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าส่ง และทุกคนรู้หรือไม่ว่า การขนส่งสินค้าจะมีประเภทของการขนส่งให้เลือกหลากหลาย และแต่ละประเภทจะมีค่าส่งที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นไปดูกันเลยว่า หากต้องการส่งสินค้าได้อย่างปลอดภัย รวดเร็ว และมีค่าส่งไม่สูงเท่าไหร่นัก จะเลือกส่งสินค้าประเภทไหนดี
ค่าส่งสินค้า เลือกประเภทการขนส่งแบบไหน ตอบโจทย์ได้มากที่สุด

ก่อนที่เราจะทำการขนส่งสินค้า เราจะต้องรู้ก่อนว่าค่าส่งสินค้าจากขนส่งประเภทต่าง ๆ มีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อเลือกประเภทการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความคุ้มค่าได้มากที่สุด ดังนั้นมาดูกันเลยว่า ประเภทของการส่งสินค้า จะมีประเภทใดบ้าง และการส่งประเภทไหนมีค่าส่งถูกที่สุด
- พัสดุธรรมดา: จะเป็นประเภทของการจัดส่งที่ได้รับความนิยม และมีค่าส่งถูกมากที่สุด ทั้งนี้การส่งพัสดุธรรมดาส่วนใหญ่แล้ว จะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัมด้วยกัน เพราะหากเป็นพัสดุที่ใหญ่กว่านั้น จะมีการถูกจัดส่งในอีกรูปแบบ ทั้งนี้การส่งพัสดุธรรมดาของแต่ละบริษัทขนส่ง จะมีการคิดค่าจัดส่งที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนทำการจัดส่งเราควรสอบถามค่าส่งให้ดีเสียก่อน เพื่อเลือกประเภทการขนส่งอย่างเหมาะสม
- พัสดุลงทะเบียน: สำหรับพัสดุลงทะเบียนส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการคิดค่าขนส่งตามน้ำหนักของพัสดุจริง ซึ่งจะสามารถส่งพัสดุที่มีน้ำหนักสูงสุดได้เพียง 2 กิโลกรัมเท่านั้น เพราะจะมีค่าส่งที่ค่อนข้างถูก แถมยังมีการจัดส่งที่รวดเร็ว รับรองได้เลยว่าจะเป็นการส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน
- พัสดุด่วนพิเศษ: จะเป็นอีกหนึ่งประเภทการส่งพัสดุที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการจัดส่งที่รวดเร็วมากที่สุด หากอยู่จังหวัดเดียวกัน หรือจังหวัดใกล้ ๆ กัน จะมีการจัดส่งภายใน 1 วันเท่านั้น แต่การส่งพัสดุประเภทนี้ จะมีค่าจัดส่งที่ค่อนข้างแพงกว่า 2 ประเภทแรก ดังนั้นเราจำเป็นต้องเช็คค่าจัดส่งให้ดีเสียก่อน
และนอกจากประเภทของการจัดส่งแล้ว ค่าส่งสินค้ายังมีการคิดราคาตามขนาด น้ำหนัก และระยะทางของการจัดส่งอีกด้วย ดังนั้นในการจัดส่งแต่ละครั้ง เราจำเป็นต้องสอบถามค่าจัดส่งให้ดีเสียก่อน เพื่อดูรายละเอียดค่าจัดส่งอย่างเหมาะสม เพียงเท่านี้ก็สามารถจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
